“จมูก” ด่านแรกของผลกระทบจาก PM 2.5
ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ ฝุ่น PM 2.5 หมายถึงฝุ่นละอองที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 2.5 ไมครอน ระดับของ PM 2.5 เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ใช้ระบุดัชนีคุณภาพอากาศ นอกจากนั้นยังมีฝุ่นขนาด PM 10 ฝุ่นขนาดเล็ก PM 1 และก๊าซพิษต่าง ๆ อีกด้วย ปัจจุบันมีงานวิจัยจำนวนมากที่ศึกษาผลกระทบของ PM 2.5 ต่อสุขภาพ #โดยเฉพาะต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดและระบบทางเดินหายใจ ระดับของ PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปัญหาเรื้อรังในประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
.
![]()
ในปัจจุบันสถานการณ์มลพิษในประเทศไทยรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะฝุ่นละอองที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาประเทศไทยโดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก แต่ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทยทุกภาคล้วนแต่ได้รับผลกระทบ ฝุ่น PM 2.5 #ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้ทางการเกษตร#รองลงมาคือจากการจราจร ซึ่งนำไปสู่ภาวะมลพิษที่รุนแรงที่สุดโดยมีช่วงเวลาที่ความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 สูงเกินระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่กำหนดไว้ (37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร)
.
![]()
จมูก ถือเป็นทางเดินหายใจด่านแรกที่ต้องเผชิญกับ PM 2.5 การได้รับฝุ่น PM 2.5 มีผลต่อการอักเสบของจมูกทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง เนื่องจากฝุ่น PM 2.5 ทำให้เกิดการระคายเคือง มีการกระตุ้นการหลั่งสารอักเสบ รวมถึงสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ดั่งเช่นสารก่อภูมิแพ้อีกด้วย ทางภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้มีการศึกษาวิจัยพบว่าช่วงหน้าฝุ่น PM 2.5 พบความชุกของการอักเสบเฉียบพลันของทางเดินหายใจส่วนต้น และโรคไซนัสอักเสบเฉียบพลันมากขึ้น รวมไปถึงอาการเลือดกำเดาไหลที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนผลกระทบระยะยาวพบว่าผู้ป่วยจมูกอักเสบจากภูมิแพ้มีอาการที่แย่ลงในช่วงหน้าฝุ่น PM 2.5
.
อย่างไรก็ตามปัญหาฝุ่น PM 2.5 ยังคงดำเนินไปต่อเนื่องทุกปี ฉะนั้นประชาชนจึงต้องตระหนักและดูแลสุขภาพของตนเอง ซึ่งผู้เขียนมีแนวทางให้คำแนะนำดังนี้
.
1.ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด จากทาง Website หรือ Application วัดค่ามลพิษที่เชื่อถือได้ หากพบว่ามีปริมาณฝุ่นมากที่กระทบต่อสุขภาพ #ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
.
2.สวมหน้ากากอนามัย #ที่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้ เมื่อออกนอกสถานที่
.
3.ช่วงที่มีฝุ่นปริมาณมาก #ควรอยู่ในอาคาร ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท และควรมีเครื่องกรองอากาศที่มี HEPA filter ที่สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้
.
4.ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง #ควรปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์ ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
.
5.#การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือสามารถช่วยลดปริมาณฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ในจมูก ช่วยบรรเทาการอักเสบในจมูกได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในจมูกในช่วงหน้าฝุ่นที่มักจะมีอากาศแห้งร่วมด้วย ทำให้มีความเสี่ยงต่อเลือดกำเดาไหลได้ง่าย หรือหากจมูกแห้ง เป็นแผลมีเลือดออก สามารถใช้ยาขี้ผึ้งผสมยาฆ่าเชื้อ (Antibiotic Ointment) หรือวาสลีน ป้ายบาง ๆ บริเวณรูจมูกได้
……………….
บทความโดย
ผศ.พญ. ธันยธร ธีรนรเศรษฐ์
หน่วยโรคจมูกและภูมิแพ้, ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่